โครงการช้างไทยห่างไกลวัณโรคมีวัตถุประสงค์หลักในการคัดแยกช้างที่ให้ผลบวกต่อชุดทดสอบวัณโรคในช้าง (Ele?phantTB STAT-PAK) ออกจากกลุ่มประชากรช้างเลี้ยงทั้งหมดในไทย ซึ่งในปัจจุบันการใช้ชุดทดสอบ (ElephantTB STAT-PAK) ในการทำการคัดกรองโรคได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีการที่เหมาะสมมาก และมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่เคยมีการทำการคัดกรองวัณโรคในช้างมาก่อน

วัณโรคนับเป็นโรคติดต่อที่สำคัญ เนื่องจากสามารถติดข้ามไปมาระหว่างคนกับช้างได้ซึ่งเคยมีการรายงานกรณีดังกล่าวมาแล้ว ซึ่งโรคดังกล่าวเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Mycobactrium tuberculosis complex. โดยมีการติดต่อทางการหายใจเอาเชื้อเข้าไปเป็นวิธีสำคัญ ในการรักษาวัณโรคทั้งในคนและช้างใช้เวลานาน และค่าใช้จ่ายสูงมาก ในช้างต้องใช้เวลาในการรักษาไม่น้อยกว่า 6 เดือนถึง 1 ปี โดยมีรายงานค่าใช้จ่ายในการรักษาต่อช้าง 1 เชือกสูงถึง 1,500,000 บาท ดังนั้นการให้ความสำคัญกับการป้องกันจึงเป็นสิ่งจำเป็น

ในไทยเคยมีรายงานช้างป่วยเป็นวัณโรค ซึ่งได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยช้างอาจใช้เวลา 1-2 ปีกว่าจะเริ่มแสดงอาการหลังจากติดเชื้อ โดยช้างจะมีอาการอ่อนล้า ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ น้ำหนักค่อยๆลดลง หายใจลำบาก และตายในที่สุด การวินิจฉัยยืนยันวัณโรคในช้างวิธีที่เป็นที่ยอมรับคือ การเพาะเชื้อจากน้ำล้างงวง แต่วิธีการดังกล่าวยากในการปฏิบัติ ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายมากจึงไม่เหมาะสมในการนำมาใช้คัดกรองวัณโรคในช้าง อย่างไรก็ตามปัจจุบันได้มีการพัฒนาชุดทดสอบวัณโรคในช้าง (ElephantTB STAT-PAK) ซึ่งสะดวกต่อการปฏิบัติงาน และใช้เวลาน้อย โดยชุดทดสอบดังกล่าวยังมีประสิทธิภาพสูงเป็นที่ยอมรับ และเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการทำการคัดกรองวัณโรคในช้าง

ประเทศไทยมีวัฒนธรรม ประเพณี และแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง ที่มีช้างเป็นส่วนเกี่ยวข้องโดยมีกิจกรรมต่างๆอาทิเช่น การแสดงช้าง การนั่งช้างชมธรรมชาติ การขี่ช้างท่องไพร การฝึกขี่ช้าง รวมถึงการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จากกิจกรรมดังที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่านักท่องเที่ยวมีโอกาสที่ได้สัมผัสช้างค่อนข้างใกล้ชิดมาก นอกจากนี้ยังมีควาญช้าง สัตวแพทย์และพนักงานต่างๆ ที่ทำงานในสถานที่นั้นๆ ที่มีโอกาสได้สัมผัสกับช้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งควาญช้างที่ใกล้ชิดกับช้างมาก และจากที่เคยมีรายงานการพบวัณในช้างไทยมาแล้ว ด้วยเหตุนี้การทำการคัดกรองวัณโรคในช้างโดยใช้ชุดทดสอบ (ElephantTB STAT-PAK) ซึ่งสะดวกในการปฏิบัติงาน ร่วมกับทำการรณรงค์ควบคู่ไปด้วย จึงเป็นวิธีการควบคุมป้องกันโรควัณโรคทั้งในช้างและคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการคัดกรองแยกช้างที่ป่วยเป็นวัณโรคจากกลุ่มประชากรทั้งหมดนอกจากนี้แล้วยังเป็นการส่งเสริมสวัสดิภาพของช้างเลี้ยงในไทยให้ดียิ่งขึ้น และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในทางอ้อม เนื่องจากสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวได้อีกด้วย   

โดยในการปฏิบัติงานจะดำเนินการตรวจคัดกรองด้วยชุดทดสอบปีละประมาณ 1,000 เชือก ซึ่งจากประชากรช้างเลี้ยงที่มีอยู่ประมาณ 3,000 เชือกในไทย ทำให้โครงการดังกล่าวมีระยะเวลาในการดำเนินงาน 3 ปี ซึ่งในระหว่างนั้นก็จัดให้มีกิจกรรมรณรงค์ รวมทั้งประชาสัมพันธ์เพื่อให้บุคคลทั่วไปตระหนักถึงความสำคัญของวัณโรคอีกด้วย

จากการดำเนินโครงการดังกล่าวคาดว่าจะทำให้สามารถแยกประชากรกลุ่มที่ให้ผลบวกต่อชุดทดสอบ และผลลบชุดทดสอบออกจากกันได้ ซึ่งจะนำไปสู่การจัดการที่เหมาะสม และถูกต้องต่อไป ทำให้ช้างไทยมีสวัสดิภาพด้านสุขภาพดีขึ้น และข้อมูลที่ได้มาก็สามารถนำมาใช้ในการวางแผนป้องกันโรคดังกล่าวทั้งในคน และในช้างได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่น และรู้สึกปลอดภัยในการที่ท่องเที่ยวในรูปแบบที่มีช้างเป็นส่วนประกอบ นับว่าเป็นการช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง

โครงการช้างไทยห่างไกลวัณโรคใช้งบประมาณในการดำเนินงานตลอดระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 8,700,000 บาท โดยสามารถแจงการใช้จ่ายเป็นจำนวนเงินในแต่ละปีดังต่อไปนี้

    ปีที่ 1 ใช้งบประมาณ 3,050,000 บาท
    ปีที่ 2 ใช้งบประมาณ 2,700,000 บาท
    ปีที่ 3 ใช้งบประมาณ 2,950,000 บาท