เคยได้ยินคำว่า “เมตตาฆาต” ผ่านหูผ่านตากันมาบ้างหรือเปล่าครับ อธิบายความให้ยาวขึ้นอีกหน่อยก็จะเขียนออกมาได้ว่า “การทำให้สัตว์พ้นจากความทุกข์ทรมาณอย่างสงบ” สั้นกว่านั้นก็คือ“ทำให้ตาย” สรุปโดยรวมๆคือ การทำให้สัตว์ตายอย่างสบายที่สุด อาจจะสงสัยและเกิดเครื่องหมายคำถามในหัวตัวโต เหตุไฉนการตายจึงสบายที่สุดเป็นได้ไปอย่างไร

“เมตตาฆาต” หรืออีกฝั่งซีกโลกเรียกกันว่า “ยูทานาเซีย” (Euthanasia) มีวิธีการที่หลากหลายขึ้นกับปัจจัยและความพร้อมหลายๆอย่าง การกระทำดังกล่าวจะต้องอยู่ในดุลยพินิจของสัตว์แพทย์ที่ได้ประเมินสภาพของสัตว์ป่วยในกรณีนั้นๆ ซึ่งได้ไตร่ตรองแล้วว่าโอกาสหายกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติมีอยู่น้อยนิดกระจิดเดียว หากฝืนต่อไปรังจะมีแต่ความทุกข์ทรมานทุกลมหายใจเข้าออก

แต่พูดก็พูดเถอะครับไอ้คำว่าทุกข์ทรมาณเนี่ย ใช่ว่าจะวัดออกมาได้เช่นดังสาวๆขี้กังวลที่ต้องชั่งน้ำหนักอยู่ทุกเช้าเย็น และด้วยความที่วัดออกมาเป็นตัวเลขโต้งๆไม่ได้นี่แหละครับ บ่อยครั้งที่ทำให้เกิดการถกเถียงเสียยกใหญ่ อย่าว่าแต่ในสัตว์เลยครับ ในคนเองก็เหอะ ผมเห็นเวลาตัวเองทุกข์ทรมานขึ้นมาเนี่ยทุกข์ของคนอื่นก็จะดูกระจ้อยรอยไปถนัดตา แล้วนี่เราจะไปใช้ไม้บรรทักจากที่ใดมาวัดความทุกข์กันครับ แต่เชื่อเถิดครับว่าหลักเกณฑ์ที่นำมาใช้พิจารณานั้น เป็นวิทยาศาสตร์ที่สุดแล้วไม่ใช่มองๆดูแล้ว เดินวนรอบสัตว์ป่วยอยู่สองสามนาทีแล้วจะบอกได้เสียที่ไหน สัตวแพทย์ไม่ใช่เทวดานะครับ

ลำดับต่อมาปัญหาใหญ่ในความคิดผมคือความต่างทางวัฒนธรรมเท่าที่ผมสัมผัสมา ผมพบว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยยอมรับเรื่องนี้สักเท่าไหร่ ซึ่งตรงนี้แตกต่างจากถ้อยคำในตำราที่ผมใช้ร่ำเรียนมาตลอด 6 ปี แน่นอนมันเขียนขึ้นในฝั่งตะวันตกของโลก คำถามตัวโตตรงจุดนี้มีอยู่ว่า “เราควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความเป็นและความไปของสรรพสัตว์หรือไม่” คำถามนี้อาจตอบได้เพียงสองอย่างว่า “ควร” หรือ ไม่ควร” แต่หากลองไล่เรื่องถึงเหตุผลคำอธิบายต่อท้ายแล้ว เราจะพบว่ามีรายละเอียดและความต่างอยู่ในที ของคำตอบทั้งสองทาง แม้แต่คำตอบที่เหมือนกันผมก็ว่าคำอธิบายที่ออกมาก็คงจะต่างกันไม่มากก็น้อย แล้วคุณละครับคิดเห็นอย่างไร